วัดปัญญานันทาราม โดย เมตตา อิศราภรณ์
วัดปัญญานันทาราม ตั้งอยู่ที่ ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นวัดที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักว่าเป็นวัดที่พระพรหมมังคลาจารย์ (หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ) เป็นผู้ก่อตั้งและสร้างขึ้น โดยมุ่งหวังให้เป็นมรดกธรรม
ทั้งนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้มอบหมายงาน และวางวิสัยทัศน์วัดปัญญานันทารามไว้ ว่า

“สร้างพระ สร้างคน สร้างเยาวชนของชาติ สร้างศาสนทายาทให้มีชีวิตอยู่ในโลกอย่างถูกต้อง ให้มีชีวิตเรียบร้อยตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในอำนาจวัตถุนิยมมากเกินไป”
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
วัดปัญญานันทาราม เป็นวัดที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จพระราชดำเนินมา ๒ ครั้ง

ครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ ทรงวางศิลาฤกษ์สร้างวัดปัญญานันทาราม และทรงปลูกต้นสาละเพื่อเป็นอนุสรณ์ ณ สวนสาละ และพระราชทานนามว่า “สวนสาละสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา”

ครั้งที่ ๒ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิด อาคารเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระประธานประจำอุโบสถวัดปัญญานันทาราม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๗๒ นิ้ว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๗๒ พระชันษา เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๑
และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
เสด็จวัดปํญญานันทาราม เพื่อทรงเป็นองค์ประธานเปิดป้ายวัดวิถีพุทธเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ วัด ๘๐ พรรษา และเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันอาทิตย์ และทรงประทานใบประกาศเกียรติคุณ แก่วัดวิถีพุทธเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ วัด เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๒
นอกจากนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภาฯ พระราชนัดดา ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ได้เสด็จร่วมปฏิบัติธรรมตามโครงการพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ ร่วมกับพระสหาย ตามหลักสูตร “อัยการผู้ช่วย” รุ่นที่ ๓๙ พ.ศ. ๒๕๔๙ ระหว่างวันที่ ๙-๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๙

ซึ่งในหลักสูตรดังกล่าวได้กำหนดให้มีการปฏิบัติธรรม เพื่อให้ทราบหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา เพื่อพัฒนาพฤติกรรม จิตใจ อารมณ์บนพื้นฐานของศีล สมาธิ ปัญญา
การเสด็จปฏิบัติพระภารกิจเข้ารับการฝึกปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ ได้ทรงศึกษารับฟังธรรม ปฏิบัติธรรมและประทับค่าย ณ วัดปัญญานันทาราม ตามหลักสูตร “ค่ายคุณธรรม” ตลอดระยะเวลา ๒ คือ ๓ วัน ทรงศีล ๘ และทรงสวมฉลองพระองค์ สีขาว กางเกงสีดำ เช่นเดียวกับพระสหาย

และเสด็จเปิดค่ายคุณธรรม เยาวชนพุทธบุตร บ้านกาญจนาภิเษก และยังเสด็จมาทรงงานโครงการกำลังใจในพระดำริ หลายครั้ง
ความเป็นมา
วัดปัญญานันทาราม เดิมเป็นที่ดินของ นายพิชิต – นางจำรัส ทองสีม่วง ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้ถวายที่ดิน ๖ ไร่ แก่คณะสงฆ์โดยมีพระเฉลิม ปภสฺสโร เป็นผู้รับมอบ และก่อตั้งเป็น “สำนักสงฆ์สนเฒ่า” แต่ต่อมาขาดพระภิกษูดูแลไปช่วงระยะหนึ่ง นางบุญส่ง โพธิจันทร์ จึงได้ประสานงานและร่วมกันถวายที่ดินและสำนักสงฆ์นี้แด่ พระเทพวิสุทธิเมธี (หลวงพ่อปัญญานันทะ) องค์ประธานศูนย์สืบอายุพระพุทธศาสนา วัดชลประทานรังสฤษฏ์ (ที่ระลึก ๘๐ ปี ปัญญานันทะ) เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๕ และได้รับอนุญาตจัดตั้งวัดชื่อ วัดปัญญานันทาราม เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๓๗

และคณะศิษยานุศิษย์โดยศูนย์สืบอายุพระพุทธศาสนา ได้ร่วมใจซื้อที่ดินเพิ่มเติม เพื่อสร้างวัดปัญญานันทารามเป็นธรรมสมโภช ๘๔ ปี พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) โดย พระมหาสง่า สุภโร (ปัจจุบัน : พระปัญญานันทมุนี) พระมหามานพ ปญฺญาวชิโร และพระมหาสมโภช ฐิติญาโณ จากวัดชลประทานรังสฤษฏ์ ร่วมสนองงานก่อสร้างวัด และกิจกรรมงานเผยแผ่พระศาสนา โดยมุ่งเน้นการศึกษาอบรมปฏิบัติธรรม และเผยแผ่ธรรมะ จนได้รับการยอมรับจากสถานศึกษา หน่วยงานราชการและ เอกชนหลายแห่ง ส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

วัดปัญญานันทารามได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๕ ปัจจุบันมีเนื้อที่ ๔๖ ไร่ ๓ งาน ๒๒ ตารางวา มีพระปัญญานันทมุนี (สง่า สุภโร) เป็นเจ้าอาวาส

วัดปัญญานันทาราม ได้รับการยอมรับว่ามีความโดดเด่นในการใช้กระบวนการบูรณาการศาสนธรรมเข้าสู่การศึกษาในทุกระดับ ตั้งแต่โรงเรียนถึงมหาวิทยาลัย เช่น ใช้ศีลธรรมผ่านการจัดกิจกรรม “ค่ายพุทธบุตร” “ค่ายพุทธธรรม” ด้านประชาชนและข้าราชการซึ่งอยู่ในวัยทำงานและผ่านการใช้ชีวิตมาพอสมควร จะนำหลักธรรมหรือหัวข้อความรู้ทางพุทธศาสนาทั้งหมดมาบูรณาการเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต เรียกว่า “ค่ายคุณธรรม” โดยมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ดังนี้
๑. จัดโรงเรียนเข้าสู่วัดด้วยการอบรมคุณธรรม “ค่ายพุทธบุตร” ระยะเวลา ๒ คืน ๓ วัน
๒. จัดมหาวิทยาลัยเข้าสู่วัดด้วยการอบรมคุณธรรม “ค่ายพุทธธรรม”ระยะเวลา ๒ คืน ๓ วัน
๓. จัดหน่วยงานองค์กรต่างๆ เข้าสู่วัดด้วยการอบรมคุณธรรม “ค่ายคุณธรรม” ระยะเวลา ๒ คืน ๓ วัน ถึง ๖ คืน ๗ วัน
๔. จัดการทัศนศึกษาธรรมโดยนำโรงเรียนและองค์กรต่างๆ เข้าชมวัดและศึกษาธรรม
๕. การจัดวัดเข้าสู่โรงเรียน ด้วย “พุทธศาสนา ๑ วัน ในโรงเรียน”
๖. จัดมอบทุนการศึกษาแก่พระภิกษุ – สามเณร “สร้างศาสนทายาท” เป็นประจำทุกปี
๗. การจัดวัดให้เป็นสมบัติของพุทธบริษัท ๔ โดยจัดบริเวณวัดให้มีเขตพุทธาวาส (อุโบสถ) และเขตสังฆาวาส (พระภิกษุ แม่ชี อุบาสก อุบาสิกา) อย่างชัดเจน
๘. จัดโรงเรียนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี ให้สัมพันธ์กับชีวิตจริงตามหลักศาสนา คือ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ฝึกแบ่งปันเอื้อเฟื้อเผื้อแผ่ วันพระและวันอาทิตย์ มุ่งพัฒนาตนเองด้วยกระบวนการไตรสิกขา
๙. การจัดสื่อธรรมะต่างๆ เผยแพร่ เช่น เทป , ซีดี , จัดพิมพ์หนังสือ ได้แก่ วารสารประจำวัดปัญญานันทาราม “ปัญญาสาส์น”, ประกายแห่งปัญญา เล่ม ๑ – ๙ , หนังสือธรรมะฝ่าวิกฤต , ธรรมในสวน , พระพุทธศาสนาให้อะไร, หลักธรรมแห่งความสุข ฯลฯ
๑๐. จัดทำชุดฝึกอบรม หลักสูตร การจัดฝึกอบรมคุณธรรม “ค่ายพุทธบุตร ค่ายพุทธธรรม”
๑๑. จัดทำแนวการสอนพุทธศาสนาร่วมสมัยโดยวิธีการสอนแบบสัมมนาเรียกว่า สัมมนาพระพุทธศาสนา ตามหลักสูตรขั้นพื้นฐาน ๒๕๔๔
๑๒. จัดอบรมพระและครูวิทยากรประจำค่ายพุทธบุตร ค่ายพุทธธรรม ตามหลักสูตร การจัดฝึกอบรมคุณธรรม “ค่ายพุทธบุตร ค่ายพุทธธรรม” ของวัดปัญญานันทาราม
๑๓. จัดทำหลักสูตรการฝึกอบรม เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเฉพาะวิชาชีพ ครูผู้สอนพระพุทธศาสนาในโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
๑๔. จัดอบรมครูผู้สอนพระพุทธศาสนาในโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
๑๕. จัดทำโครงการ Bomb to Bell: สันติสุข สันติภาพในโรงเรียนวิถีพุทธ
๑๖. จัดตั้ง “พุทธอาสา” ทำบุญไม่ผ่านเงิน
๑๗. จัดทำโครงการวัดวิถีพุทธเฉลิมพระเกียรติ และเปิดวัดวันอาทิตย์
๑๘. จัดทำโครงการอุปสมบทหมู่ ประจำเดือน
๑๙. จัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนาวัดปัญญานันทาราม FM. 97.75 Mhz. “คลื่นสีขาวของชาวพุทธ”

และทั้งหมดนี้ทำให้วัดปัญญานันทารามได้รับรางวัลและเกียรติคุณ ดังนี้
& ๘ ตุลาคม ๒๕๔๑ ได้รับคัดเลือกเป็นวัดประจำภาคกลาง เพื่อจัดกิจกรรมลานวัด ลานใจ ลานกีฬา จากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ
& ๔ พฤษภาคม ๒๕๔๒ ได้รับจัดตั้งเป็น ศูนย์พัฒนาจิต เฉลิมพระเกียรติ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัดปทุมธานี จากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ
& ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๔๒ ได้รับคัดเลือกเป็น อุทยานการศึกษาในวัดประจำปี ๒๕๔๒ จากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ
& ๙ กันยายน ๒๕๔๒ ได้รับเกียรติคุณ เพชรสยาม สาขาศาสนา จากสถาบันราชภัฏจันทรเกษม
& ๒๐ กันยายน ๒๕๔๓ ได้รับรางวัลพระราชทานองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ต่อเยาวชน สาขาคุณธรรมและจริยธรรม ประเภทองค์กร เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ
& ๒๙ มกราคม ๒๕๔๕ ได้รับคัดเลือกเข้าสู่โครงการนำร่องด้านการจัดกิจกรรมการเผยแผ่ศาสนธรรมของวัดในพระพุทธศาสนา จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
& พ.ศ.๒๕๔๖ ได้รับคัดเลือกเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ประจำปี ๒๕๔๖ จากสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ
& พ.ศ.๒๕๔๖ ได้รับโล่เกียรติยศเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ประจำปี๒๕๔๖
& พ.ศ.๒๕๔๘ ได้รับโล่เกียรติยศ เป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ของกระทรวงสาธารณสุข
& พ.ศ.๒๕๔๙ ได้รับคัดเลือกเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างดีเด่น ประจำปี ๒๕๔๙ จากสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ
& พ.ศ.๒๕๕๑ ได้รับการคัดเลือกเป็น วัดที่มุ่งมั่นจัดการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ประจำปี ๒๕๕๑ จาก มูลนิธิศึกษาธิการ
& พ.ศ.๒๕๕๒ ได้รับการคัดเลือกเป็น สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น เฉลิมพระเกียรติ ๘๒ พรรษา จาก สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
…………………………………………………..
This is licensed. เนื้อหาอยู่ภายใต้สัญญาอนุญาตเอกสารเสรีของกนู
ท่านนำบทความนี้ไปเผยแพร่ได้
ยกเว้นการนำไปใช้เชิงพานิชย์และ ไม่ลืมอ้างอิงถึงผู้เขียน
และ ถ้าต้องการนำไปดัดแปลงก่อนเผยแพร่ กรุณาเขียนว่า “ดัดแปลงจาก…”
พร้อมทั้งแจ้งผู้เขียน โดยแสดงในช่อง ให้ความเห็นท้ายบทความนี้ ขอบคุณค่ะ







สวัสดีค่ะ ดิฉันกำลังจะทำ วีดีโอสารคดีเกี่ยกับเรื่อง 100ปี มรดกธรรม จากหนังสือ National Geographic ท่านปัญญานันทภิกขุ ซึ่งพอดีได้เห็นภาพถ่ายวัดปัญญานันทาราม ประกอบกับเนื้อหาของวัด ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากๆเลยทีเดียว ซึ่งดิฉันใคร่ขอความเมตตากรุณาจากทางท่านอนุญาตให้ดิฉันนำภาพมาใช้งานในสารคดีเรื่องนี้ได้มั้ยค่ะ เพราะดิฉันเชื่อว่า บทความเกี่ยวกับท่านปัญญานันทภิกขุ
ภาพในเว็บนีี้ จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนมนุษย์บนโลกนี้ ให้เข้าใจในพุทธวิถีได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้จะมีแต่พากันหลง ศรัทธาอย่างงมงาย ดิฉันจึงคิดว่าหากได้นำภาพและสื่อบันทึกเสียงรวมไว้ด้วยกัน เพื่อถ่ายทอดสิ่งที่ทางท่านปัญญานันทภิกขุให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสฟังแล้ว จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยค่ะ คือการมีปัญญาพิจารณาไตร่ตรองตามเหตุและผลที่ท่านสอน
จึงขออนุญาตทางท่านได้โปรดเมตตากรุณาอนุญาต ให้ดิฉันสามารถนำรูปถ่ายของท่าน และเนื้อหาในบล็อกมาใช้ประกอบในสารคดีเรื่อง 100ปี มรดกธรรมนะค่ะ ทั้งนี้ดิฉันทำเพื่อต้องการเผยแผ่พุทธศาสนาให้ประชาชนคนไทยได้มีความเข้าใจในพุทธศาสนาให้ถูกต้องตามคำสอนของพระศาสดาคือการมีสติคิดตามไม่หลงงมงาย ซึ่งเมื่อทำเสร็จจะอัพบนยูทูบ แล้วจะแจ้งให้ท่านทราบในวาระต่อไป (รบกวนทางท่านแจ้งให้ดิฉันทราบด้วยนะค่ะว่า สามารถใข้ไฟล์ภาพของทางท่านได้หรือมั้ย จักเป็นพระคุณอย่างสูง
กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
สุภาพร
dinfinity_bkk@hotmail.com
By: lee on กุมภาพันธ์ 6, 2012
at 3:37 am
กราบนมัสสการเจ้าต่ะ…ดิฉันอยากได้ธรรมะของหลวงพ่อปัญญาเพื่อฝึกใจให้ตนเองได้หาทางออกของปัญหาต่าง ๆในชีวิตค่ะ…โปรดอนุญาตินะคะหากมีการแบ่งปันข้อมูลบ้าง
By: Kanyawan Panya on ธันวาคม 21, 2011
at 3:12 pm
นมัสการพระอาจารย์สง่า และ พระอาจารย์ทุกรูปค่ะ
พระอาจารย์สบายดีนะค่ะ ตุ้ยไม่ค่อยมีเวลาว่างสักเท่าไรเลยยังไม่มีโอกาสไปกราบพระอาจารย์ ได้แต่ส่งของไปให้ ยังคิดถึงพระอาจารย์ทุกรูปเหมือนเดิมค่ะ มีโทรไปคุยกับพระอาจารย์สมคิดและพระอาจารย์กุ๊กไก่บ้างเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ตุ้ยเรียนต่อ ป.เอก เลยมีเวลาว่างน้อยมาก ทำงาน 5 วัน เรียนอีก 2 วัน ค่ะ ถึงจะไม่ค่อยได้เข้าวัด(ไกลวัด) แต่ยังปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระอาจารย์ทุกรูปเหมือนเดิมนะค่ะ (ตัวไกลวัดแต่ใจถึงวัดนะค่ะ)
ขอให้พระอาจารย์ทุกรูปมีสุขภาพแข็งแรงค่ะ (ตุ้ย)
By: นางสาวขนิษฐา ดีสุบิน on สิงหาคม 31, 2010
at 1:30 pm
ยังไม่เคยมีโอกาสได้ไปชมและทำบุญที่วัดเลยค่ะ ประมาณมี.ค.นี้จะพยายามไปให้ได้ เพื่อนที่เคยไปบวชเนกขัมมะบารมีที่วัดแนะนำมาว่าที่วัดสอนให้ปฏิบัติธรรมและมีการบรรยายธรรม ที่ดีมากๆเลย และที่สำคัญได้ทำบุญจริงๆ โดยที่ไม่ต้องใช้เงินเสมอไป
By: มณีรัตน์ จงจิตต์ on กุมภาพันธ์ 20, 2010
at 10:39 pm
ขอ_นำเม้นท์ข้างบน_ มาแปะ ค่ะ
นั่งรถตู้จากอนุสาวรีย์ไปลงรังสิต จากรังสิตต่อรถเมล์เส้นทัณฑสถานไปลงสุดสายที่หมู้บ้านมาลีรมย์ แล้วขึ้นมอร์ไซด์บอกไปวัดปัญญาฯ ทั้งหมดใช้งบประมาณเจ็ดสิบบาท ถ้าเอาความสะดวกก็แท็กซี่ตลอดสายไปคลองหก วัดปัญญา ก็น่าจะอยู่ที่ สามร้อยบาท (ต่อเที่ยวนะครับผม)
By: ........ on กุมภาพันธ์ 15, 2010
at 10:00 pm
ขอทราบแผนที่การเดินทางไปวัดจากอนุเสาวรีย์ไปยังวัดหน่อยค่ะ
By: ........ on กุมภาพันธ์ 13, 2010
at 12:09 pm
รู้สึกดีใจมากที่ตัดสินใจบวชเนกขัมฯ ที่วัดปัญญานันทาราม เพราะพระอาจารย์ท่านตั้งใจสอนอย่างมาก ทำให้คนที่ตั้งใจฝึกสติภาวนาได้รับการพัฒนาจิตใจอย่างแท้จริง แม้ว่าจะมีเด็กวัยรุ่นที่ไม่ตั้งใจปฏิบัตินัก แต่ก็เป็นโอกาสที่ดีแก่สังคมในการบ่มเพาะให้เกิดสติมากขึ้น อยู่อย่างมีสติมากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าสภาพสังคมที่รีบเร่งแข่งขันปัจจุบัน พ่อแม่ละทิ้งลูกให้ขาดความอบอุ่น เด็กสาวใจแตกก่อนวัยสมควร กล้าหาญเปิดเผยในการแสวงหาความรักความอบอุ่นจากเพศตรงข้าม การที่ทางวัดฯ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ฝึกสติภาวนาแบบไม่มีปิดกั้น จึงเป็นโอกาสทีดีต่อการฟื้นฟูสังคมไทยในปัจจุบัน ได้ฟังเทศน์จากหลวงพ่อแล้วรู้สึกปลาบปลื้ม ดีใจที่สังคมไทยจะมีทางออก ในอนาคตอันใกล้ต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน
By: พนิตา on กุมภาพันธ์ 4, 2010
at 10:57 pm
กราบถามพระอาจารย์หน่อยค่ะ ว่าบวชภาคฤดูร้อนยังมีให้ออกไปบิณทบาต และเดินธุดงอยู่หรือเปล่าค่ะ เพราะเมื่อตอนลูกคนโตไปบวชมี แล้วมาคุยให้น้อยฟัง เขาสนใจนะค่ะ
กราบขอบคุณพระอาจารย์ที่กรุณาสละเวลาตอบคำถาม กำลังให้ลูกเตรียมตัว เพื่อเข้าบวชเณร เพราะไปนานดือนหนึ่ง ต้องให้ตั้งใจให้ได้ก่อนนะค่ะ
By: นิตยา on กุมภาพันธ์ 2, 2010
at 10:46 am
อยากถามท่านว่าเวลาสอบท่องขานนาค ท่องเฉพาะคำขานนาคหรือต้องต่อด้วยคำขอศีลด้วย (บวชเณรภาคฤดูร้อน) เกรงว่าลูกจะท่องไม่ได้นะค่ะ แต่เขาตั้งใจจะไปบวชเณรภาคฤดูร้อน
By: นิตยา on กุมภาพันธ์ 1, 2010
at 10:33 am
คลิกอ่านโอวาทบวชเณร จากหลวงปู่ปัญญานันทะ
สอบท่องเพื่อใช้ในเวลาบวชจริง
ดังนั้น ต้องท่องขานนาค และขอศีลจากพระอุปัชฌาย์ ให้ได้จึงบวชเป็นเณรได้
การท่องจะมีคำซ้ำ เป็นวรรคๆ เปลี่ยนบางคำเท่านั้น ไม่ยาก
เวลาสอบพระอาจารย์จะเป็นกำลังใจให้ทุกทุกคน ครับ
By: สิงห์ขาว on กุมภาพันธ์ 1, 2010
at 4:50 pm
คลิกอ่านโอวาทบวชเณร จากหลวงปู่ปัญญานันทะ สอบท่องเพื่อใช้ในเวลาบวชจริง ดังนั้น ต้องท่องขานนาค และขอศีลจากพระอุปัชฌาย์ ให้ได้จึงบวชเป็นเณรได้ การท่องจะมีคำซ้ำ เป็นวรรคๆ เปลี่ยนบางคำเท่านั้น ไม่ยาก เวลาสอบพระอาจารย์จะเป็นกำลังใจให้ทุกทุกคน ครับ
By: สิงห์ขาว on กุมภาพันธ์ 1, 2010
at 4:53 pm
อยากเรียนถามหลวงพ่อว่าสอบบทขานนาคอย่างเดียว หรือต้องท่องคำขอศีลด้วยค่ะ (บวชเณรภาคฤดูร้อนนะค่ะ) เกรงว่าลูกจะท่องไม่ได้ รู้สึกกังวลค่ะ
By: นิตยา on กุมภาพันธ์ 1, 2010
at 10:31 am
ลูกเพิ่งกลับจากเข้าค่ายที่วัดฯ แม่รู้สึกดีมากๆ เพราะรู้ว่าลูกได้อะไรดีๆกลับมา อยากให้ทางโรงเรียนพาเด็กเข้าค่ายทุกปี แต่เด็กพวกนี้ความจำสั้น ไม่นานก็ลืมสิ่งที่ได้รับมา สิ่งหนึ่งที่ลูกบอกให้แม่ทำให้คือทำน้ำปานะ แม่ไม่รู้จัก เพิ่งอ่านในเว็บมา แต่ก็ไม่เหมือนที่ลูกบอก ขอทราบวิธีทำน้ำปานะว่าทำอย่างไร และทำจากอะไรได้บ้างนอกจากฟักทอง
By: maena on มกราคม 23, 2010
at 7:51 pm
อ่านพบเรื่องน้ำปานะ มาดังนี้
น้ำปานะ ได้แก่ เครื่องดื่ม หรือ น้ำสำหรับดื่มที่คั้นจากผลไม้ ที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาติแก่พระภิกษุให้รับประเคนแล้วสามารถเก็บไว้ฉันได้ตลอด
๑ วัน ๑ คืน เรียกว่า ยามกาลิก ทรงอนุญาติไว้ ๘ อย่าง
๑. อัมพะปานะ น้ำมะม่วง
๒. ชัมพุปานะ น้ำชมพู่หรือน้ำหว้า
๓. โจจะปานะ น้ำกล้วยมีเมล็ด
๔. โมจะปานะ น้ำกล้วยไม่มีเมล็ด
๕. มะธุกะปานะ น้ำมะทรางต้องเจือด้วยน้ำจึงควร
๖. มุททิกะปานะ น้ำลูกจันทน์หรือองุ่น
7. สาลุกะปานะ น้ำเหง้าบัว
๘. ผารุสะกะปานะ น้ำมะปรางหรือลิ้นจี่
นอกจากน้ำปานะ ๘ อย่างแล้ว ท่านยังอนุญาตน้ำที่จะอนุโลมตามน้ำปานะไว้อีก เรียกว่า กัปปิยปานะอนุโลม คือน้ำปานะที่สมควร ซึ่งฉันได้โดยไม่เป็นอาบัติในเวลาวิกาล ได้แก่ น้ำปานะแห่งผลไม้เล็ก เช่น ลูกหวาย มะขาม มะงั่ว มะขวิด สะคร้อ และเล็บเหยี่ยว เป็นต้น
นอกจากนี้ยังอนุญาติให้ฉันน้ำปานะเหล่านั้นผสมกับน้ำตาล แล้วเคี่ยวไฟจนเข้มข้น (ยกเว้นที่ทำจากถั่วและนม) สามารถฉันได้ จัดเป็น อัพโพหาริก เช่น น้ำอัดลมในสมัยนี้ แม้นน้ำผลไม้สำเร็จรูป เช่น น้ำองุ่นที่กรองเนื้อออกดีแล้วก็ดื่มได้
น้ำที่ไม่ทรงอนุญาต ดื่มแล้วองค์อุโบสถต้องแตกทำลาย
อกัปปิยปานะอนุโลม หรือ เครื่องดื่มที่ไม่พึงดื่ม คือ น้ำปานะที่ไม่สมควร ภิกษุดื่มในเวลาวิกาลไม่ได้ ถ้าดื่มต้องอาบัติปาจิตตย์ ได้แก่ น้ำแห่งธัญชาติ (ข้าว) ๗ ชนิด คือ ข้าวสาลี ข้าวเปลือก ข้าวเหนียว ข้าวละมาน ข้าวฟ่าง ลูกเดือย และหญ้ากับแก้
น้ำแห่งมหาผล (ผลไม้ใหญ่ ) ๙ ชนิด คือ ผลตาล มะพร้าว ขนุน สาเก น้ำเต้า ฟักเขียว แตงไท แตงโม และ ฟักทอง
น้ำแห่งอปรัณณชาติ ได้แก่ ถั่วชนิดต่าง ๆ มีถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วดำ และงา เป็นต้น แม้นจะต้มจะกรอง ทำเป็นเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ ก็ย่อมเป็นอาบัติปาจิตตีย์
นม ท่านจัดเป็นอาหารอันประณีต ภิกษุสามเณรไม่พึงฉันยามวิกาล แม้นจะผสมกับเครื่องดื่มต่าง ๆ ก็ไม่ควร หากฉัน ก็ย่อมต้องอาบัติปาจิตตีย์
ดังนั้น ผู้หวังความบริสุทธิ์ของอุโบสถมีองค์ ๘ พึงงดเว้นเครื่องดื่มที่ทรงห้ามแก่ภิกษุทั้งหลายในยามวิกาล
ประสบการณ์สมัยบวชเป็นพระสงฆ์ในสำนักวัดป่า มีข้อที่ต้องศึกษาและควรรู้มากมายเกี่ยวข้อวัตรข้อนี้จึงเป็นแรงบันดาลที่จะเขียนเพื่อให้ความรู้เรื่องน้ำปานะ แก่อุบาสก อุบาสิกา เพื่อจะถือองค์อุโบสถศีลได้อย่างบริสุทธิ์ ตลอดจนจัดหาน้ำปานะถวายแด่พระสงฆ์สามเณรในกาลพรรษานี้ได้อย่าง ถูกต้องตามพุทธานุญาตทุกประการ
ข้อมูล : คัมภีร์อุโบสถศีล
By: mama on มกราคม 24, 2010
at 8:55 pm
ผมจะไปบวชเณรที่วัดประมาณเดือนเมษายนกับร.ร.ราชวินิตบางเเก้วครับ…..
By: book on มกราคม 18, 2010
at 9:14 pm
มีโอกาสอันดีที่สุดในชีวิตที่ได้ไปปฏิบัติธรรมข้ามปีวันที่31-4 มกราคม 2553รู้สึกว่าวันปัญญานอกจากจะเป็นสถานปฏิบัติธรรมที่ดีแล้วยังเป็นวันที่ให้อะไรกับคนที่ไป แล้วเร็วๆๆนี้วันยังจะเป็นที่สร้างอาชีพให้กับผู้ที่ได้ไปปฏิบัติ ใครที่ไม่เคยไปก็ลองไปดูนะค่ะเพื่อจะได้ความคิดดีๆๆมาเป็นอาชีพ
By: พนิตพิชา on มกราคม 6, 2010
at 5:47 pm
ตอนวันที่16ธ.ค.ที่ผ่านมา
มีโอกาสได้ไปศึกษาดูงานที่วัดปัญญาฯ
ที่นี่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมมาก
ถ้ามีโอกาสก็อยากไปอีก…
เป็นแหล่งปฏิบัติธรรมที่ควรศึกษาไว้…
By: Arunrat on ธันวาคม 24, 2009
at 12:27 pm
นั่งรถตู้จากเมืองนนท์ไปลงรังสิต จากรังสิตต่อรถเมล์เส้นทัณฑสถานไปลงสุดสายที่หมู้บ้านมาลีรมย์ แล้วขึ้นมอร์ไซด์บอกไปวัดปัญญาฯ ทั้งหมดใช้งบประมาณเจ็ดสิบบาท ถ้าเอาความสะดวกก็แท็กซี่ตลอดสายไปคลองหก วัดปัญญา ก็น่าจะอยู่ที่ สองร้อยห้าสิบบาท (ต่อเที่ยวนะครับผม)
By: บิ๊กแอ๊ด on ธันวาคม 23, 2009
at 9:35 pm
อยากไปปฏิบัติธรรมช่วงธ.ค.ปลายปี’52 แต่ไม่มีรถส่วนตัว ไม่ทราบว่ามีใครเคยไป รถประจำทาง หรือเราต้องเดินทางยังงัยค่ะ ถ้าเราเริ่มจากท่าน้ำนนท์
By: toon on ธันวาคม 23, 2009
at 2:31 pm
คุณหทัยรัตน์ คะ เข้าไปตาม link นี้ ตามชมรูปไดเลยคะมีเรียงตามวันเลย รับรองชัดเจนทุกรูป
http://74.125.153.132/search?q=cache:0Q80Pi4G4GAJ:www.watpanya.com/+%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1&cd=1&hl=th&ct=clnk&gl=th
By: พริ้มเพรา on ธันวาคม 21, 2009
at 8:38 am
ธรรมะสวัสดีค่ะ อยากดูรูปกิจกรรมช่วงอาทิตย์แรกของเดือนธันวาคม 2552 ช่วยบอกหน่อยว่าต้องทำอย่างไร
By: หทัยรัตน์ on ธันวาคม 20, 2009
at 9:25 am
ธรรมะสวัสดีเนกขัมมะ 47
ชักชวนผองเพื่อนไว้ไปปฏิบัติธรรม ในสัปดาห์สิ้นเดือน มกรา 53 คาดว่าคงได้พบ เพื่อนๆรุ่น 47 นะคะ
By: พริ้มเพรา on ธันวาคม 15, 2009
at 3:13 pm
ไปเข้าค่ายพุทธบุตรมาค่ะวันที่13 14 15 ที่ผ่านมานี่เองสนุกมากเลยค่ะแต่หนูกลับก่อนเพราะไม่สบาย…ถ้ามีโอกาสอยากให้ทุกคนไปให้ได้นะค่ะ
By: นักเรียนฤทธิยะค่ะ on ธันวาคม 15, 2009
at 11:44 am
กราบนมัสการพระอาจารย์มหาสง่า ตอนนี้ท่านอาจารย์คงเป็นท่านเจ้าคุณไปแล้วก็ไม่รู้ และพระอาจารย์มหามานพ หลวงปู่ประสิทธิ์และอาจารย์หลายๆ ท่าน ผมนายชนะชัยหรือเมื่อครั้งในอดิตคือพระปรีชา ธมฺมรกฺขิโต เมื่อครั้งยังจำพรรษาอยู่ อาศรมศูนย์ตาปราณบุรีแต่ตอนนี้พระปรีชาตายจากการเป็นพระมาเกิดเป็น นายชนะชัย อยู่ที่ จ.ระยอง ผมได้เข้ามาเสร็ฐเจอเว็บของวัดเลยเข้ามาทักทายถ้าโยมใช้ภาษาเขียนไม่ถูกต้องหรือไม่สุภาพขอกราบประทานอภัยให้โยมด้วยครับ กราบนมัสการอย่างสูง
By: ชนะชัย on ธันวาคม 12, 2009
at 9:07 am
เข้าไปใน Link นี้มีรูปและเสียงกิจกรรมของวัดให้ชมคะ
http://61.47.60.236/watpanya/News/2552_11_22/slides/DSCF2045.html
By: พริ้มเพรา on ธันวาคม 3, 2009
at 2:26 pm
น่าจะมีคอลัมส์ ภาพเจ้าอาวาส หรือกรรมการบริหารวัดปัญญานันทาราม ปรากฎในหน้า เวปฯ หรือรูปภาพสำคัญของทางวัด
By: นายจันจิตร มันตะ สกลนคร on พฤศจิกายน 27, 2009
at 2:53 pm
นมัสการ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเจ้าคุณปัญญานันทมุนี
เกล้ากระผมขอแสดงอนุโมทนามุทิตา ด้วยความยิ่นดียิ่ง ที่หลวงพ่อได้รับพระราชทาน สมณศักดิ์ท่าเจ้าคุณ ขอบารมีพระเดชพระคุณท่านแผ่ปกเกล้ากระผมให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป
By: นายจันจิตร มันตะ on พฤศจิกายน 27, 2009
at 2:43 pm
มาแล้ว สบายใจจัง
อิ อิ อิ
By: 555+ on พฤศจิกายน 24, 2009
at 10:04 pm
ผมดูรายการวัดปัญญานันทารามที่ออกอากาศ ศาลาพักร้อน
ตามรอยธรรม ไม่ทราบเลยคับว่าทางวัดมีรายการดีๆๆต้องประชาสัมพันธ์มากๆคนจะเข้าวัดนะคับ
By: สมบัติ on พฤศจิกายน 22, 2009
at 10:12 am
จะต้องไปเข้าค่ายค่ะ…จะไปวันที่ 13 14 15
ธันวาคม..นี้เองค่ะ…ก็หวังว่าจะได้บุญ..ในการเข้าค่ายครั้งนี้คร้า
By: นักเรียน on พฤศจิกายน 19, 2009
at 6:09 pm
๑. หลักสูตรเฉพาะ (บุคคล) ผู้ที่มาปฏิบัติธรรมเป็นส่วนบุคคล ให้มาปฏิบัติธรรมในวันศุกร์ – อาทิตย์ เข้าวันศุกร์ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. ปิดรับการเข้าปฏิบัติธรรมเวลา ๑๒.๐๐ น. และออกวันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ น. อยู่ครบกำหนดแล้ว ถ้าต้องการปฏิบัติต่อให้มาในอาทิตย์ต่อไป
๒. หลักสูตรหมู่คณะ (องค์กร) ในกรณีที่มาเป็นหมู่คณะ คือตั้งแต่ ๓๐ คนขึ้นไป หากต้องการปฏิบัติให้ต่อเนื่อง เปิดรับวันจันทร์ – ศุกร์
By: สิงห์ขาว on พฤศจิกายน 18, 2009
at 10:19 pm
การปฏิบัติธรรมมีระยะเวลาอย่างไรบ้างค่ะ
By: จุฑารัตน์ on พฤศจิกายน 18, 2009
at 9:01 am
ดิฉันเคยเข้ารับการอบรมที่วัดนี้ ประทับใจมากค่ะ ตอนมาตาบอดมองไม่เห็น ขากลับตาสว่างขึ้นมาบ้าง อยากมาทำบุญวันอาทิตย์ แต่ดิฉันอยุ่ไกล …. แต่จะหาโอกาสพาครอบครัวมาให้ได้ค่ะ
By: ทัศนีย์ สัตยาภรณ์ on พฤศจิกายน 16, 2009
at 9:10 pm
มีแผนที่ไปวัดไหมคะ อยากไปฟังธรรมและร่วมทำบุญค่ะ
ขอหนังสือบูชาหลวงพ่อ 1 เล่มค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
อรวรรณ ปรัชญากร
53/133 หมู่บ้านลดาวัลย์รังสิต ถ.รังสิต-ปทุม ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี 12000
By: อรวรรณ ปรัชญากร on พฤศจิกายน 3, 2009
at 8:49 am
ได้จัดส่งหนังสือให้ทุกท่าน ตามรายชื่อข้่างต้นนี้แล้วนะค่ะ
By: สิงห์ขาว on พฤศจิกายน 3, 2009
at 11:45 pm
พาลูกมาวัดหลายครั้งแล้ว เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาได้มาบวชเนกขัมบารมีวิธีการปรับปรุงตัวเองดีขึ้นตอนนี้เขาอยากเห็นภาพกิจกรรมเพื่อไปให้เพื่อนๆดูไม่ทราบว่าอยู่ในหมวดใหนคร้บ และวันนี้กำลังเตรียมตัวจะมาทอดกฐินที่วัดด้วยครับ
By: วีรพจน์ on ตุลาคม 31, 2009
at 7:51 am
โทรสอบถามได้ที่ 02-9046065
By: สิงห์ขาว on ตุลาคม 30, 2009
at 9:56 pm
อยากพาเด็กนักเรียนจำนวน26 คนไปเข้ารับการอบรมที่วัดปัญญานันทาราม ไม่ทราบว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้างคะ ขอพระอาจารย์ช่วยในเรื่องการอบรมค่ะ
By: หนิง on ตุลาคม 30, 2009
at 9:32 am
อยากไปปฏิบัติธรรม13-15 พย 2552 จำนวน 5 คน ค่ะ ไม่ทราบว่าต้องโทรสอบถามได้เมื่อไหร่หรือจองที่พักและต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้างคะ
ขอบคุณค่ะธรรมะสวัสดี
By: เสาวนีย์ ประมาณ on ตุลาคม 28, 2009
at 9:33 pm
ระเบียบปฏิบัติธรรมของเนกขัมมะบารมี
หลักสูตรฝึกอบรม
๑. หลักสูตรเฉพาะ (บุคคล) ผู้ที่มาปฏิบัติธรรมเป็นส่วนบุคคล ให้มาปฏิบัติธรรมในวันศุกร์ – อาทิตย์ เข้าวันศุกร์ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. ปิดรับการเข้าปฏิบัติธรรมเวลา ๑๒.๐๐ น. และออกวันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ น. อยู่ครบกำหนดแล้ว ถ้าต้องการปฏิบัติต่อให้มาในอาทิตย์ต่อไป
๒. หลักสูตรหมู่คณะ (องค์กร) ในกรณีที่มาเป็นหมู่คณะ คือตั้งแต่ ๓๐ คนขึ้นไป หากต้องการปฏิบัติให้ต่อเนื่อง เปิดรับวันจันทร์ – ศุกร์
ระเบียบปฏิบัติขณะอบรม
๑.ท่านยินดีอยู่ร่วมกิจกรรมตลอดการฝึกอบรม พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมทุกกิจกรรมอย่างตรงต่อเวลา
๒. มีความตั้งใจจริงในการปฏิบัติภาวนา งดการสนทนา เวลานี้เป็นเวลาแห่งการหาอริยทรัพย์
๓. งดการติดต่อกับบุคคลภายนอก งดการใช้เครื่องมือสื่อสาร (โทรศัพท์มือถือ) งดออกนอกบริเวณที่อบรม
๔. งดการนำอาหารหรือของขบเคี้ยวอื่นๆ เข้ามารับประทานในที่พัก เพื่อความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ควรรับประทานอาหารเฉพาะที่จัดไว้ งดอาหารของขบเคี้ยวมื้อเย็นตั้งแต่ ๑๒.๐๐ น. จนถึงรุ่งอรุณวันใหม่ (อาหารที่จัดเตรียมสำหรับท่านมี ๒ มื้อ พร้อมน้ำปานะ / เครื่องดื่มตอนเย็น) เว้นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มชุกำลัง น้ำอัดลม
๕. งดการใช้เครื่องประดับทุกชนิด และเครื่องรางของขลัง ยกเว้นนาฬิกา
๖. ตั้งใจปฏิบัติด้วยความกระตือรือร้น ไม่คาดหวังจนเกินไป อันจะทำให้เครียด มีความผ่อนคลาย ปล่อยวางภาระทางโลก
๗. โปรดเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น โดยการงดส่งเสียงดัง งดการคลุกคลี พูดคุยกันเป็นกลุ่ม และงดการเพ่งโทษผู้อื่น
๘. งดเว้นการพูดคุย สนทนา กับพระภิกษุสามเณรหรือผู้ปฏิบัติะรรมชายหญิง สองต่อสองในที่ลับคน
๙. มีสติอยู่ในทุกอิริยาบถ ฝึกทำงานและทำกิจวัตรทุกอย่าง ให้เป็นการปฏิบัติธรรม และมีส่วนร่วมในการบำรุงรักษาวัด
๑๐. โปรดช่วยกันรักษาความสะอาด (ด้วยการลดขยะนอกกาย ขยะในกาย และขยะในใจ) และใช้ทรัพยากร (น้ำ ไฟ) อย่างประหยัด รู้คุณค่า
๑๑. เป็นผู้มีสุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติธรรม ทั้งทางกายและจิตใจ และไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดทุกชนิด
๑๒. ติดป้ายชื่อตลอดระยะเวลาฝึกอบรม
๑๓. ในระยะเวลาที่ร่วมอบรม เมื่อมีข้อสงสัยโปรดติดต่อพระอาจารย์ที่ดูแลได้ตลอดเวลา
๑๔. ในกรณีที่ท่านต้องการจะร่วมทำบุญบำรุงวัด ให้มาทำบุญที่สำนักงานกลาง โดยทางวัดจะออกใบอนุโมทนาบัตรให้ (งดเว้นการถวายให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการส่วนตัว)
สิ่งที่ผู้ปฏิบัติธรรมต้องเตรียมมา
๑. การแต่งกาย
ชาย เสื้อสีขาว-กางเกงสีขาว
หญิง เสื้อสีขาว – ผ้าถุงขาว หรือกระโปรงยาวสีขาว
(ไม่นุ่งกางเกงรัดรูป ขาสั้น หรือแต่งกายไม่สุภาพ)
๒. ผ้าถุง (หญิง) ผ้าขาวม้า (ชาย) สำหรับเปลี่ยนผ้าอาบน้ำ
๓. กางเกงวอร์มหรือกางเกงหลวมใส่สบาย สำหรับฝึกโยคะ
๔. ของใช้อื่นๆ ที่จำเป็น เช่น สบู่ ยาสีฟัน ยารักษาโรคประจำตัว ฯลฯ
ตารางกิจวัตรประจำวัน
๐๔.๐๐ น. – ตื่นนอน ทำภารกิจส่วนตัว
๐๔.๓๐ น. – ทำวัตรเช้า เจริญภาวนา ฝึกโยคะ
๐๖.๐๐ น. – บำเพ็ญบารมียามเช้าในวัด
๐๗.๐๐ น. – รับประทานอาหาร และเก็บภาชนะ
๐๙.๐๐ น. – ฟังธรรม / เจริญภาวนา
๑๑.๐๐ น. – รับประทานอาหาร และเก็บภาชนะ
๑๒.๐๐ น. – ฟังธรรม / เจริญภาวนา
๑๖.๐๐ น. – พักทำภารกิจส่วนตัว และดื่มน้ำปานะ
๑๘.๐๐ น. – ทำวัตรเย็น / เจริญภาวนา
๒๐.๐๐ น. – ฟังธรรม / เจริญภาวนา
๒๑.๓๐ น. – พักผ่อนอิริยาบถอย่างมีสติ
หรือโทรสอบถามได้ที่ 02-9046065
By: สิงห์ขาว on ตุลาคม 29, 2009
at 9:31 pm
ขอทราบการเดินทางไปวัดมาจากชลบุรีทางด่วนด่านธัญบุรีอย่างละเอียดค่ะ
By: เสาวนีย์ ประมาณ on ตุลาคม 22, 2009
at 5:22 pm
ตอบผ่าน อีเมล์แล้วนะครับ
จากมอเตอร์เวย์ ออกทางลงธัญบุรี-รังสิต ออกฝั่งธัญบุรี – นครนายก ขับออกมาประมาณ 2 ก.ม.
ผ่านบ้านธัญญพร ผ่านวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี พบแยกไฟแดง
ชิดซ้าย เลี้ยวเข้าเส้นทางหน้าโรงพยาบาลธัญบุรี หน้าศาลจังหวัดธัญญบุรี ขับรถเลียบคลอง (คลองหก)
ขับตรงมาระยะทางประมาณ ๑๔ ก.ม. (ก่อนถึงวัดผ่านโรงงานชายสี่บะหมี่เกี๊ยว – วัดผลาหาร-การประปาคลองหก)
หน้าวัดติดกันจะมีปั๊มน้ำมัน เลี้ยวเข้ามา ๘๐๐ เมตร ถึงแล้วค่ะ วัดปัญญานันทาราม
ธรรมสวัสดี นะค่ะ
พบกันวันทอดกฐิน เสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ นะค่ะ
By: สิงห์ขาว on ตุลาคม 24, 2009
at 10:44 pm
ไปปฏิบัติธรรมมาแล้ว 3 ครั้ง ดีมากมากค่ะ
By: one on ตุลาคม 21, 2009
at 11:17 pm
มีโอกาสจะแวะไปดู ใคร ๆ ก็ชม
By: ทำบุญ on ตุลาคม 15, 2009
at 10:11 am
เคยบวชแบบเนกขัมมะแล้วเดือนสิงหาคม 52
ทำให้จิตใจสงบดีค่ะ
คิดว่าเดือนพฤศจิกายน 52 จะเข้าบวชอีกค่ะ
การเข้าปฎิบัติครั้งหนึ่งรับไม่เกิน 80 คน
By: ณัฐชมนต์ on ตุลาคม 9, 2009
at 6:45 pm
ได้มีโอกาสเยี่ยมชมวัด เมื่อ04ต.ค.52.ที่ผ่านมา รู้สึกร่มรื่นมาก ไม่เหมือนวัดเลยค่ะ น่าจะเป็นรีสอร์ทมากกว่า….ลูกชายวัย 13ปีได้มีโอกาสมาบวชเนกขัมมะบารมี เป็นครั้งแรกรู้สึกว่าเค้าตื่นเต้นมาก และมีความรู้สึกดีๆ ศุกร์ต่อๆไปจะไปนั่งสมาธิที่วัดอีก ตลอดปิดเทอมเดือนต.ค.52.นี้ค่ะ ต้องขอขอบพระคุณพระอาจารย์ทุกท่านที่ช่วยดูและอบรมสั่งสอนค่ะ…….
By: ภคนันท์ on ตุลาคม 6, 2009
at 11:09 am
ถ้าจะสมัครปฏิบัติธรรม สมัครทางใดคะ สมัครทางเวปไซค์ได้หรือเปล่า หรือว่าต้องโทรไปถามทางวัด กลัวว่าจะเต็ม จะไปวันที่ 16 – 18 ค่ะ ที่เลือกที่นี่ เพราะตอนสมัยเรียนมัธยม เคยไปเข้าค่ายพุทธบุตรชอบบรรยากาศมากค่ะ จึงอยากจะไปปฏิบัติธรรมด้วยตนเองอีกสักครั้ง เตรียมชุดไปเอง หรือทางวัดนั้นมีให้คะ และชุดต้องเป็นเสื้อผ้าถุงขาว หรือคะ ใช้เป็นเสื้อและกางเกงขาวแทนได้ไหมคะ
By: narin on ตุลาคม 2, 2009
at 9:57 pm
ธรรมมะสวัสดีค่ะพระอาจรย์ ทุก ท่าน
หนูเป็นนักเรียนจาก ร.ร วัดปากบัง
ที่ไปร่วมเข้าค่ายมาในวัน 25-27 2วัน อีกสามคืนค่ะ
รู้สึกประทับใจมาก ถ้ามีโอกาศจะไปแวะเยี่ยมคร๊ะ//
เกิดความสนใจที่จะนำมาฝึกปฎิบัติต่อ และอีกอย่างหนึ่งก็คือได้รับความรู้ทางธรรมต่างๆอีกมากมาย
น้ำปานะ อร่อยๆๆมากค่ะ ขอบคุณพระอารย์ทุกท่าน
__________
By: ปริญญาพร on ตุลาคม 1, 2009
at 4:44 pm
หนูอยากไป อีก หนู อยากไปอี จะ ไป จะไป ถ้า ไม่ติดงานจะไปไปสักเดือน เลย รุ่น 39 จ้า พี่น้อง
By: ชนกพรรณ on กันยายน 29, 2009
at 3:33 pm
ขอ ให้ พระอาจารย์ หาย จาก อาการบาด เจ๊บ ที่เท้าไวๆ นะคะ แล้ว หนูจะไป ให้ พระอาจารย์ เทศน์ ไหม่ปี หน้าค่ะ
By: ชนกพรรณ on กันยายน 29, 2009
at 3:27 pm
ไปมาแล้ว ประทับใจพระอาจารย์มาก รู้สึก ดี ที่ ไปปฏิบัติ มา รุ่น 39 ทรมา น สุดๆ แต่ ก็ผ่าน ไปด้วย ดี ปีหน้าว่าจะไปอีก ประทับใจ พระอาจารย์ มาก กกกกกก ขำดี ๆๆๆๆๆๆ
By: ชนกพรรณ on กันยายน 29, 2009
at 3:13 pm
ช่วงเดือนตุลาคม ประมาณ 15วันค่ะ น่าจะวันที่ 12 ต.ค.52 ไปแล้ว ช่วงนั้นว่างค่ะอยากมีที่พัก และที่วัดมีกิจกรรมอะไรบ้างคะ กรุณาตอบกลับด้วยนะคะ
By: narin on กันยายน 26, 2009
at 5:56 am
ตอบกลับ วัดปัญญานันทาราม จัดบวชธรรมจาริณี ทุกสัปดาห์ ระยะเวลา 2 คืน 3 วัน (เข้าวันศุกร์ ออกวันอาทิตย์ประมาณบ่ายสอง) และต้องสมัครก่อน การอยู่ถือศีลต่อ ต้องขออนุญาตพระอาจารย์ก่อน
ติดต่อสอบถามที่ 02 9046065 ค่ะ
By: สิงห์ขาว on กันยายน 26, 2009
at 10:43 pm
อยากไปบวชชีพราหม์สัก 15 วัน ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง ต้องทำอย่างไรบ้างคะ
By: narin on กันยายน 26, 2009
at 5:54 am
สนใจจะไปปฎิบัติธรรมที่วัดปัญญานันทาราม ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2552 นี้ ระหว่างช่วงวันที่ 13 -16 หรือ 20-23 พฤศจิกายน จะมีที่พักหรือเปล่า เคยปฎิบัติมาบ้างแล้ว หากเป็นไปได้ต้องการที่ๆสัปปายะพอสมควรแก่การปฎบัติธรรม ต้องทำอย่างไรบ้าง ช่วยกรุณาแจ้งกลับทาง Email ข้างต้นด้วย ขอขอบพระคุณมาล่วงหน้าด้วยครับ
By: อนันต์ มานัสสถิตย์ on กันยายน 23, 2009
at 2:24 pm
ธรรมสวัสดีค่ะพระอาจารย์ทุกท่าน
เนื่องจากหนูและเพื่อน ๆ จะไปปฏิบัติธรรมใน วันที่ 23 – 25 ตุลาคม 2552 ไม่ทราบว่าจะจองกุฏิจะจองได้เลยหรือเปล่าค่ะ หนูจะไปกันประมาณ 4 คนค่ะ เป็นผู้หญิงทั้งหมด ถ้าจองได้ขอจองเป็นชื่อชนิตา ชนะชัยกิจเลยน่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
By: ชนิตา ชนะชัยกิจ on กันยายน 15, 2009
at 10:22 am
พระอาจารย์ดิฉันดีใจมากและก็มีความสุขมากและได้ข้อคิดอะไรหลายอย่างในการดำรงค์ชีวิตประจำวันอาหารการกิน การใช้ชีวิตในแต่ละวันเราควรปรับเปลี่ยนตังเองอย่างไรดิฉันคิดว่าจะไปช่วยสอนหนังสือสอนภาษาไทยแก่เณรที่มาจากอินเดียด้วยใจจริง
และทำกิจกรรมที่วัด
By: ชุติมา แก้วเกิด on สิงหาคม 24, 2009
at 9:36 am
พระอาจย์ครับ.ไม่ทราบว่าทางวัดจะมีกิจกรรมพรรพชาถวายในหลวง
5 ธ.ค.52 นี้หรือเปล่าครับ.กระผมอยู่ศูนย์ฝึกอบรม กทม.หนองจอกครับ
By: somsasak on สิงหาคม 21, 2009
at 11:20 am
ทางวัดจัดกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเป็นกิจกรรมที่จัดตลอดต่อเนื่องทั้งปี
โดยจัดให้มีพิธีบรรพชาอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศล ทุกเดือน
ส่วนรายละเอียดการบรรพชาอุปสมบทต่างๆ เคยตอบอยู่ก่อนแล้ว ลองย่้อนหาอ่านดูนะค่ะ
By: สิงห์ขาว on สิงหาคม 30, 2009
at 11:37 pm
ธรรมะสวัสดีค่ะพระอาจารย์
พึ่งได้ไปเข้าค่ายพุทธบุตรที่วัดปัญญามาค่ะ เป็นการเข้าค่ายที่น่าสนใจมากค่ะ ชอบที่รอบๆวัดจะมีคำสอนต่างๆมากมาย บางทีฟังพระอาจารย์เทศน์ก็มีเคลิ้มบ้างค่ะ ได้โอกาสงีบตอนนั่งสมาธิ อยู่ที่วัดจึงชอบนี่งสมาธิมากเลยค่ะ
น้ำปานะก็อร่อยค่ะ อาหารก็รสชาติดี
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
By: ภาษิตา on มิถุนายน 28, 2009
at 5:40 am
ตอนนี้รู้สึกท้อใจมาก และจิตใจก็ฟุ้งซ่านพยายามนั่งสมาธิก่อนนอนทุกคืน แต่ก็ยังคิดมาก เลยอยากไปปฏิบัติธรรมเผื่อจิตใจจะดีขึ้น
By: นัน on มิถุนายน 21, 2009
at 8:26 am
อยากไปปฏิบัติธรรม แต่ไม่มีทุนทรัพย์ ไม่ทราบต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้างคะ อยากไปมากคะ
By: นัน on มิถุนายน 21, 2009
at 8:21 am
ไปแล้วรู้สึกมีความสุขกับธรรมะ
By: จิรวรรณ วันจรินทร์ on มิถุนายน 1, 2009
at 8:05 am
ขออนุโมทนาเรื่องการคัดค้านสร้างรูปเหรียญของหลวงพ่อปัญญา นั้นคือหัวใจสำคัญของหลวงพ่อปัญญา ข้าพเจ้าได้ธรรมะข้อนี้อย่างเต็มหัวใจจากหลวงพ่อปัญญา หลวงพ่อปัญญตำหนิเรื่องนี้มากเท่าใดข้าพเจ้าก็ตำหนิและรังเกียจมากเท่านัน เพราะข้าพเจ้าพบหัวข้อพระสูตรนี้ในพระไตรปิฎก บทว่า อปฺปฎิโม (ไม่มีผู้เปรียบ) ความว่า อัตภาพเรียกว่า รูปเปรียบ. ชื่อว่าไม่มีผู้เปรียบ เพราะรูปเปรียบอื่นเช่นกับอัตภาพ ของท่านไม่มี อีกอย่างหนึ่ง มนุษย์ทั้งหลายกระทำรูปเปรียบใดล้วนแล้วด้วยทองและเงินเป็นต้น ในบรรดารูปเปรียบเหล่านั้นชื่อว่าผู้สามารถกระทำโอกาสแม้สักเท่าปลายขนทรายให้เหมือนอัตภาพของ พระตถาคต ย่อมไม่มีเพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าไม่มีผู้เปรียบแม้โดยประการทั้งปวง. บทว่า อปฺปฎิสโม (ไม่มีผู้เทียบ) ความว่า ชื่อว่า ไม่มีผู้เทียบ เพราะใคร ๆ ชื่อว่าผู้จะเทียบกับอัตภาพของพระตถาคต นั้นไม่มี.
แม้แต่ที่สร้างกันใหญ่ๆ โต ๆ ก็ไม่น่าจะมีได้ ถึงว่าหลวงพ่อปัญญาจึงเคยกล่าวเรื่อง ที่สร้างพุทธมณฑล แล้วมีสิ่งก่อสร้างอันใหญ่โตอยู่หน้า เพื่อเป็นสัญญลักษณ์ เคยฟังหลวงพ่อกล่าวตำหนิมาก ๆ เหมือนกัน ในเรื่องอย่างนี้ ขออนุโมทนาอย่างยิ่งที่ท่านหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดปัญญา จริงใจต่อพระพุทธเจ้า
By: nop on พฤษภาคม 22, 2009
at 3:13 pm
ได้ไปมาแล้ว ในวันเข้าพรรษา ขอบพระคุณพระอาจารย์ทุกรูปที่ได้สอนพวกเรา โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ท่านตั้งใจให้พวกเราได้รับแต่สิ่งดี ๆ เพื่อพวกเราเมื่อมาอยูข้างนอกแล้วจะได้นำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ ถ้ามีโอกาส จะไปปฏิบัติที่วัดปัญญานันทารามอีก
By: อรุณี ศรีสง่า on พฤษภาคม 20, 2009
at 8:37 am
ดีมากครับไปมาแล้ว
By: vitoon on พฤษภาคม 15, 2009
at 9:37 am
ปีที่แล้วไปสวนโมกข์มา
By: กบ on พฤษภาคม 12, 2009
at 7:32 am
อยากทราบว่าการบวชพระต้องมีค่าใช้จ่ายรวมทุกอย่างประมาณเท่าไรครับ (รวมทุกอย่างนะครับ)
ขอบพระคุณครับ….bps
ตอบ อ่านรายละเอียด การรับสมัครบรรพชาอุปสมบท ของวัดปัญญานันทาราม ได้ที่http://watpanya.wordpress.com/2008/06/15/new-m/
หรือสอบถาม วัดปัญญานันทาราม ได้โดยตรง โทร.029046065
และทางวัดจะเก็บค่าใช้จ่ายเฉพาะเครื่องอัฐบริขาร และค่าหนังสือเท่านั้น ด้่านอื่นๆ จะมีเกณฑ์ดังนี้
- ทางวัดไม่อนุญาตให้มีมหรสพต่างๆ ในงานบรรพชาอุปสมบท
- ปัจจัยที่จะถวายพระอุปัชฌาย์ พระคู่สวด และพระนั่งอันดับ ให้ถวายที่สำนักงานกลางเท่านั้น และรับใบอนุโมทนาบัตรทุกครั้ง (ไม่ถวายในอุโบสถ หรือถวายเป็นการส่วนตัว)
****ปัจจัยนำเข้าส่วนกลางของวัด ดังนั้น ท่านสามารถบำรุงวัดได้ตามกำลังศรัทธา****
- ในวันบรรพชาอุปสมบท กรุณาจัดเตรียมอาหารมารับประทานกันเอง ทางวัดไม่สามารถประมาณจำนวนผู้มาร่วมงานได้
ที่ผ่านมา หากผู้ที่มีความตั้งใจในการบวชแต่ติดขัดเรื่องค่าใช้จ่าย จะมีญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา
แจ้งความจำนงค์รับเป็นเจ้าภาพให้ค่ะ
By: boonprasit on เมษายน 12, 2009
at 8:43 pm
มีความประสงค์จะถวายพระพุทธรูปประจำวันเกิดกับทางวัดต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ
ติดต่อไปที่วัด เพื่อปรึกษาพระอาจารย์ก่อนนะค่ะ โทร 029046101 ถึง 2
By: วดี on กุมภาพันธ์ 14, 2009
at 2:42 pm
ไปปฏิบัติธรรมมาแล้วค่ะ เป็น Course ของทางบริษัท 3 วัน 2 คืน กลับมาแล้วนิ่งมากขึ้นค่ะ และได้ซื้อหนังสือสวดมนต์แปลแบบสวนโมกข์ มาทำวัตรต่อที่บ้านด้วยค่ะ เนื่องจากต้องการให้ได้ Feel แบบต่อเนื่องจนเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่ว่าตอนทำวัตรเช้าตื่นยากมากเลย ยังตื่นมาทำไม่ได้เลยค่ะ
ช่วงนั่งสมาธิ พอนึกถึงบรรยากาศที่นั่งรวมกันกับเพื่อนๆ และคำพูดขอพระอาจารย์ที่บอกว่า ตั้งใจนะตั้งใจ แม้นิ่งได้เพียงสายฟ้าฟาดก็เป็นคุณเอนกอนัน จะช่วยให้ไม่ฟุ้งซ่านได้ค่ะ
พอกลับมาแล้วนั่งพิจารณา จึงได้เห็นว่าพระอาจารย์ที่วัดล้วนแล้วแต่เหนื่อยยาก และเสียสละเวลาเป็นอย่างมากในการที่จะจัดสรร อบรม และหากิจกรรมมาฝึกหลักธรรมต่างๆ ให้กับเรา ประทับใจมากๆ ค่ะ
By: มีนา on กุมภาพันธ์ 12, 2009
at 4:06 pm
ขอทราบรายละเอียด ระเบียบการสมัครบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนหน่อยครับ
By: มานิโต on มกราคม 25, 2009
at 7:06 am
ธรรมะสวัสดีค่ะพระอาจารย์ทุกท่าน หนูได้ไปร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันที่เคาดาว
แล้วพึ่งกลับมาถึงบ้านเมื่อวันศุกร์ตอนเย็น
ตอนแรกที่ไปก็รู้สึกท้อ………..
แต่พอทำไปเลยๆก็สามารถปรับจิตใจแล้วก็ค่อยพัฒนาตนเองไปเรื่อย ก็เกิดความสนใจที่จะนำมาฝึกปฎิบัติต่อ และอีกอย่างหนึ่งก็คือได้รับความรู้ทางธรรมต่างๆอีกมากมาย
ต้องขอขอบคุณพระอาจารย์ทุกท่านมากเลยนะเจ้าค่ะ และถ้ามีโอกาสอีก หนูก็จะไปปฎิบัติธรรม
หนูรู้สึกว่าปีใหม่นี้มีก็คงจะมีแต่อะไรดีๆเข้ามาในชึวิต……….
By: ปลา on มกราคม 3, 2009
at 8:41 am
วัดห้วยจระเข้ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
By: พระประภาส ปุญฺญธมฺโม on กรกฎาคม 7, 2008
at 4:09 am
ขอบคุณครับที่นำสิ่งมาดีมาให้กับชีวิตของบุคคลและให้กับสังคมได้รับความดีงาม
By: พระประภาส ปุญฺญธมฺโม on กรกฎาคม 7, 2008
at 4:07 am
ไปเยี่ยมชมวัดได้ทุกวันนะค่ะ ในทุกวันจะมีค่ายพุทธบุตรของโรงเรียนต่างๆ ส่วนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์มีกิจกรรมบวช
เนกขัมมบารมี และในวันอาทิตย์และวันสำคัญต่างๆ จะมีกิจกรรมเริ่มตั้งแต่ ๙ โมงเช้าเป็นต้นไปค่ะ จะไปเยี่ยมชมหรือร่วมกิจกรรม และทำบุญได้ค่ะ แต่ที่วัดไม่มีตู้รับบริจาค ดังนั้นประสงค์จะทำบุญเชิญที่สำนักงาน
หรือ โทรไปก่อนได้ที่ ๐๒-๙๐๔๖๐๖๕
By: สิงห์ขาว on มิถุนายน 25, 2008
at 4:08 pm
ขอบคุณทุกท่านที่เยี่ยมชมค่ะ ทางเวปบล็อคจะจัดส่งหนังสือ “บูชาหลวงพ่อ” ไปยังท่าน ๑ เล่ม
จึงขอให้ลงชื่อ ที่อยู่ เพื่อจัดส่งหนังสือไปให้ค่ะ
By: สิงห์ขาว on มิถุนายน 25, 2008
at 4:03 pm
ขอชื่นชม
อยากไปชมวัดและอยากพัก
By: วัชรี มนต์วิรัตน์กุล on มิถุนายน 25, 2008
at 5:00 am
ขอชื่นชม
อยากไปชาวัดและพัก
By: วัชรี มนต์วิรัตน์กุล on มิถุนายน 25, 2008
at 4:59 am
ตรวจสอบแล้ว เวปปกติดี ครับ
By: สิงห์ขาว on กุมภาพันธ์ 1, 2010
at 4:51 pm